วาไรตี้

สงสัย ? ‘ไวน์แดง’ มีผลดีต่อสุขภาพคุณผู้ชายยังไง ?

เคยได้ยินมาว่าการดื่ม ไวน์แดง นั้นจะทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ยิ่งคุณผู้ชายคนไหนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ยิ่งต้องดื่ม จากที่ความเป็นจริงแล้ว การควบคุมน้ำหนักเราจะต้องงดการกินอาหารที่มีแคลอรี่สูง หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ และดื่มเหล้าวันละนิด จะทำให้เห็นผลที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน แต่แนวคิดที่ว่าการดื่มเหล้าจะช่วยเผาผลาญน้ำหนักนั้นอาจไม่ได้ผลกับทุกคน และคงไม่ดีแน่ที่เราจะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กันเป็นประจำทุกวัน แต่ก็มีงานวิจัยที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่จริงๆ ว่า การดื่มเหล้า อย่าง ไวน์แดง ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยทำให้น้ำหนักของเราลดลงและส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ได้ด้วย แล้วข้อมูลเขาบอกไว้ว่าอย่างไรบ้าง ลองมาอ่านกัน ! ไวน์แดงกับการลดน้ำหนัก 1. ไวน์แดงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักยังไง ? โรงเรียนทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน ได้ออกมาชี้ชัดว่าในไวน์แดงนั้นมีสารประเภท Polyphenol ที่มีชื่อว่า Resveratrol ซึ่งออกฤทธิ์ในการสลายไขมันในร่างกายสำหรับคุณผู้ชายคนไหนที่มีน้ำหนักเกิน โดยคนอ้วนส่วนใหญ่จะมีไขมันเป็นสีขาวและเป็นเซลล์ไขมันขนาดใหญ่ ใช้ในการกักเก็บพลังงานและขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อเรามีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น สารรีเวอร์ราโทรลที่อยู่ในไวน์แดงจะเข้าไปทำหน้าที่บีบอัดเซลล์ไขมันสีขาวที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ให้กลายเป็นสีเบญจ์ ที่สามารถถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ ส่วนปริมาณการดื่มไวน์แดงที่เหมาะสมนั้น นักวิจัยแนะนำว่าควรดื่มประมาณวันละ 2 แก้ว จึงจะทำให้คุณหนุ่มๆ มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ 2. ผลการทดลองจากงานวิจัยเป็นยังไงบ้าง ? การทดลองนี้เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยเอาหนูตัวเป็นๆ ตัวอ้วนๆ ที่มีไขมันเยอะมาให้อาหารที่มีการเพิ่มสารรีเวอร์ราโทรลลงไป ผลปรากฏว่าเซลล์ไขมันที่มีสีเบญจ์ในตัวหนูนั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าหนูเหล่านั้นสามารถที่จะขจัดเซลล์ไขมันในร่างกายออกได้มากขึ้น ตรงกับการศึกษาอื่นๆ ของฮาร์วาร์ดที่พบว่า 70% ของอาสาสมัครที่เป็นผู้หญิงจำนวนกว่า 20,000 คน ที่ได้ดื่มไวน์แดงสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอ้วนและชะลอการเพิ่มน้ำหนักของตัวเธอได้ดีเหมือนกัน 3. ผลดีจาก ไวน์แดง ที่มากกว่าการควบคุมน้ำหนัก จริงอยู่ว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่การดื่มไวน์แดงนั้นส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักและการลดความอ…

Continue Reading

วาไรตี้

จริงหรือไม่ ? การดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร เสี่ยง ‘มะเร็ง’ – ‘ไขมันอุดตัน’ ได้

โดยส่วนตัวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการดื่มน้ำเย็นหลังกินอาหารนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบหลายๆ อย่างต่อร่างกาย อย่างที่มีการเล่าต่อๆ กันมาว่าอาจทำให้อาหารย่อยยากบ้าง อาหารไม่ย่อยบ้าง เสี่ยงที่จะเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือดบ้าง ที่แย่ที่สุด คือ อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งถ้าเป็นในบ้านเราก็อาจเป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ค่อนข้างยาก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ไหนอาหารบางชนิดก็ยังมีรสเผ็ดจัดจ้านอีก การดื่มน้ำจึงเป็นตัวช่วยดับความเผ็ดร้อน อีกทั้งยังทำให้เกิดความสดชื่นได้ แล้วการน้ำเย็นหลังการกินอาหารแบบนี้จะมีผลกระทบจริงๆ รึเปล่า วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน ความเชื่อที่ว่า ‘น้ำเย็น’ ทำลายสุขภาพ ไม่ใช่แค่การดื่มน้ำที่เย็นจัดเท่านั้น แต่การกินของเย็น อย่าง น้ำแข็งใส ไอศกรีม หรือแม้แต่น้ำแข็งธรรมดาก็อาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Brain Freeze ซึ่งเป็นการเย็นจนปวดจี๊ดขึ้นสมองได้ แต่ทว่า อาการนี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสมองของเรา มันเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วขณะเดียวก็หายไป ความเชื่อที่ว่า ‘น้ำเย็น’ ทำให้ไขมันจับตัวกันเป็นก้อน คงจะเกินไปถ้าหากน้ำเย็นจัดที่เราดื่มเข้าไปทำให้ไขมันจากอาหารที่เรากินนั้นแข็งตัว แล้วไปเกาะกันอยู่ตามผนังลำไส้ เพราะอุณหภูมิของน้ำเย็นเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่ได้มีฤทธานุภาพที่จะทำให้ไขมันจับตัวกันเป็นก้อนได้เหมือนกับความเย็นของตู้เย็น อยากมากๆ ก็เป็นไขเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่ออุณหภูมิของน้ำเย็นเจอกับอุณหภูมิของร่ากายที่อุ่น น้ำนั้นก็จะปลี่ยนเป็นอุณหภูมิปกติ จากนั้นร่างกายเราก็จะระบายไขมันที่สะสมออกมาเป็นน้ำอยู่ดี ความเชื่อที่ว่า ‘น้ำเย็น’ ทำให้ไขมันไปเกาะติดอยู่ที่ผนังลำไส้ มีความเป็นไปได้ว่าสิ่งที่เรากินเข้าไป เมื่อถึงระบบการย่อยก็อาจมีบางสิ่งไปตกค้างและเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้ แต่นั่นไม่ใช่เพราะการดื่มน้ำที่เย็นจัดอย่างแน่นอน และถึงแม้จะมีไขมันเกาะติดอยู่ที่ผนังลำไส้จริง แต่ก็ไม่ได้อยู่เกาะติดไปตลอด เพราะโดยปกติแล้วลำไส้ของเราจะมีการผลัดเซลล์ทุกๆ 3 – 7 วัน ต่อมีให้สารใดมาตกค้างก็ต้องหลุดลอกออกมาอยู่ดี แนะนำว่าถ้าอยากเคลียร์ลำไส้ก็ให้ดีท็อกซ์ด้วยการกินผักผลไม้ที่มีกากใยอาหาร จะได้กวาดเอาสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกไป อีกทั้ง ในทางการแพทย์ก็ยังไม่เคยมีระบุว่าพบไขมันเกาะตามผนังลำไส้ในทางเดินอาหารมาก่อน ความเชื่อที่ว่า ‘น้ำเย็น’ ทำให้ร่างกายไม…

Continue Reading